เอไอเอ เปิดตัว บำนาญ สมาร์ท กรมธรรม์ออมเงินเพื่อใช้ยามเกษียณ อายุรับประกัน 20-50 ปี

นายสัตยา เทพบรรเทิง ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายตัวแทนประกันชีวิต บริษัท เอไอเอ  เปิดเผยว่า ปัจจุบันคนไทยหันมาให้ความสำคัญกับการเตรียมตัวเพื่อรองรับการเกษียณกันมาก ขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจของเอไอเอ ในการมอบความคุ้มครองและความมั่นคงในการสร้างอนาคตในระยะยาว ในที่นี้หมายถึงการมีเงินประจำไว้ใช้ยามเกษียณ โดยสิ่งสำคัญในการวางแผนการเกษียณคือ ลูกค้าควรจะมีเป้าหมายการออมเงินที่ชัดเจน และสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ในปัจจุบัน รวมถึงการใช้สิทธิประโยชน์ด้านลดหย่อนภาษีอย่างเต็มที่โดยเฉพาะในช่วงปลายปี

“เพราะเราเข้าใจถึงความต้องการที่แท้จริงในช่วงชีวิตวัยทำงาน ที่มุ่งสร้างความมั่นคง เอไอเอ จึงนำเสนอกรมธรรม์บำนาญแบบลดหย่อนภาษีได้ 3 แบบ ได้แก่ เอไอเอ บำนาญ สมาร์ท ณ อายุครบ 55, 60 และ 65 โดยบริษัทรับประกันลูกค้าทุกรายโดยไม่ตรวจสุขภาพ เพียงลูกค้ามีอายุรับประกันภัยระหว่าง 20 – 50 ปี” นายสัตยา กล่าว

จุดเด่นของกรมธรรม์ “เอไอเอ บำนาญ สมาร์ท” คือ จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสูงสุด 3 แสนบาทกรณีไม่มีกรมธรรม์ประกันชีวิตประเภทอื่น และยังเป็นแบบบำนาญที่ไม่ต้องตรวจสุขภาพ ได้รับความคุ้มครองชีวิตช่วงก่อนรับเงินบำนาญ 105% ของเบี้ยประกันภัยสะสมที่ชำระมาทั้งหมด (ไม่รวมเบี้ยประกันภัยของสัญญาเพิ่มเติม) หรือเงินค่าเวนคืนกรมธรรม์แล้วแต่มูลค่าใดจะสูงกว่า นอกจากนี้ ในช่วงรับเงินบำนาญ ลูกค้าจะได้รับเงินบำนาญ 15% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ณ วันที่ครบรอบปีกรมธรรม์ที่อายุครบ 55 60 หรือ 65 ปี จนถึงอายุ 90 ปี

 

 

แหล่งข่าวจาก posttoday…

การเพิ่มขึ้นของราคาวัสดุก่อสร้างทาวน์เฮ้าส์

เนื่องจากราคาวัสดุก่อสร้างบางหมวดปรับตัวสูงขึ้น อาทิ หมวดไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ หมวดผลิตภัณฑ์คอนกรีต หมวดกระเบื้อง หมวดวัสดุฉาบผิว หมวดสุขภัณฑ์ หมวดอุปกรณ์ไฟฟ้าและประปา ตลอดจนหมวดวัสดุก่อสร้างอื่นๆ ได้แก่ อลูมิเนียมเส้น ราคาวัสดุก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนการผลิต ซึ่งเป็นผลมาจากราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงการปรับเพิ่มอัตราค่าแรงขั้นต่ำในช่วงเดือนเมษายน ประกอบกับความต้องการวัสดุก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นภายหลังเหตุการณ์อุทกภัยในช่วงปลายปี เพื่อใช้ในการสร้างหรือซ่อมแซมอาคารบ้านเรือน นอกจากนี้ยังมีความต้องการใช้วัสดุก่อสร้างไปในงานก่อสร้างตามแผนบริหารจัดการน้ำและโครงสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานต่างๆเพิ่มขึ้นอีกด้วย

อย่างไรก็ดีวัสดุก่อสร้างดังกล่าวล้วนเป็นวัตถุดิบหลักในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ ดังนั้นการเพิ่มขึ้นของราคาวัสดุก่อสร้างและความผันผวนของราคา จึงส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการพัฒนาโครงการทาวน์เฮ้าส์ เพื่อลดความเสี่ยงจากการเพิ่มขึ้นของราคาวัสดุก่อสร้าง รวมทั้งการหาพันธมิตรทางการค้าที่มากขึ้นเพื่อรองรับการขยายตัวของโครงการต่างๆ ทั้งนี้เราได้รับประโยชน์จากการสั่งซื้อวัสดุก่อสร้างในปริมาณมาก ทำให้มีอำนาจต่อรองกับผู้ผลิตในการกำหนดราคามากขึ้น

สำหรับโครงการบ้านเดี่ยวและโครงการทาวน์เฮ้าส์ http://www.bkkcitismart.com/Rent/Townhouseการจัดซื้อวัสดุก่อสร้าง เช่น เสาเข็ม หลังคา เป็นต้น คิดเป็นสัดส่วนมากถึงร้อยละ 45 ของต้นทุนค่าก่อสร้างทั้งหมด รวมทั้งได้ใช้วิธีเดียวกันนี้ในการจัดซื้อวัสดุก่อสร้างหลายรายการสำหรับโครงการคอนโดมิเนียมด้วยเช่นกัน เช่น กระเบื้อง สุขภัณฑ์ เครื่องปรับอากาศ เป็นต้น สำหรับส่วนงานโครงสร้างของโครงการคอนโดมิเนียม เราว่าจ้างผู้รับเหมาเพียงรายเดียวและทำสัญญาการก่อสร้างแบบเบ็ดเสร็จ ส่งผลให้เราสามารถควบคุมต้นทุนและคุณภาพการก่อสร้างได้เป็นอย่างดี